จัดทำโดย

นางสาวโชติมา พลตรี ม.5/2 เลขที่11

โรงเรียนฝางวิทยานน

อ้างอิง

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0

http://zensuz.exteen.com/20100322/entry

คำภีร์มรณะใบเบิกทางสู่สรวงสวรรค์

สวรรค์เป็นสถานที่ซึ่งผู้คนกล่าวกันว่าเป็นวิมานที่มีแต่ความสุข

เมื่อมีชีวิตอยู่ก็ต้องทำคุณงามความดีเพราะเชื่อว่าเมื่อล่วงลับ

ไปแล้วจะได้มีความสุขบนสวรรค์ ชาวอียิปต์ก็เช่นเดียวกัน

ที่ต่างปรารถนาจะมีความสุขหลังความตาย ทำให้มีการทำคัมภีร์ขึ้นมา

เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางไปสู่ดินแดนสวรรค์ซึ่งเรียกกันว่า

“คัมภีร์มรณะ (Book of the Dead)” โดยชื่อดั้งเดิมนั้น

เป็นอักษรฮีโรกลีฟิคที่แปลตามอักขระว่า Spell  of Coming

(Going) Forth By Day  

ม้วนกระดาษปาปิรุสที่ทำเป็นคัมภีร์มรณะนั้น เขียนขึ้นโดยพระ

หรือนักบวช  ภายในคัมภีร์ประกอบด้วยพิธีกรรม คาถาอาคม

บทสวดที่ป้องกันไม่ให้วิญญาณเสื่อมสลาย มนตราที่ปลดปล่อย

วิญญาณจากการถูกกักขังในยมโลก บรรยายการตัดสินความดีชั่ว

ที่หอพิพากษาของเทพโอซิริส และคำสอน

โดยแบ่งเป็นบทต่างๆ และมีตัวเลขกำกับไว้ทุกบท

ประมาณกันว่ามีเกือบสองร้อยบท แต่เท่าที่มีหลักฐานกลับพบว่า

ยังไม่เคยพบคัมภีร์มรณะม้วนใดที่มีครบทุกบท

มีผู้รู้บางท่านระบุว่าคัมภีร์มรณะวิวัฒนาการมาจากข้อความที่จารึก

ตามพีระมิดและโลงศพ (Pyramid Texts , Coffin Texts)

ของอียิปต์ยุคโบราณและยุคกลาง  

คัมภีร์มรณะมักจะวางไว้ตรงฐานของโลงศพ

หรือระหว่างขาของมัมมี่  เมื่อวิญญาณของผู้ตายออกจากร่างแล้ว

เทพอนูบิส (ผู้มีร่างเป็นคน ศรีษะเป็นสุนัข) จะเป็นผู้ดูแลรักษาศพ

และเทพไอซิส (บางตำราบอกว่าเทพอนูบิส) จะพาวิญญาณ

ร่องเรือข้ามแม่น้ำไปสู่แดนมรณะ เพื่อตัดสินว่าใครจะได้ไปสวรรค์

ที่หอพิพากษา ซึ่งมีเทพโอซิริสเป็นผู้ตัดสิน

โดยการนำหัวใจไปชั่งบนตาชั่งกับขนนกกระจอกเทศ

ผู้ตายต้องประกาศคุณงามความดีที่ตนทำเอาไว้

และไม่ทำความชั่วตามที่มีการห้ามไว้ 42 ประการ

หากพูดความจริงหัวใจจะเบากว่าขนนกถือว่าเป็นคนดี

จะส่งไปชำระร่างกายในทะเลสาบดอกบัว เตรียมตัวไปเกิดใหม่

มีชีวิตเป็นนิรันดร์บนสรวงสวรรค์  หากพูดความเท็จหัวใจจะหนัก

กว่าขนนกถือว่าเป็นคนชั่ว เทพอนูบิสจะโยนหัวใจให้กับอัมมุต

(ผู้ที่มีศรีษะเป็นจรเข้ ลำตัวเป็นสิงโต) และฮิปโปกัดกิน

และมีเทพธอทเป็นผู้บันทึกผลการตัดสินดังกล่าว 

ทั้งนี้ มีแนวความคิดว่าหากมีคัมภีร์มรณะแล้วดวงวิญญาณผู้ตาย

จะได้รับการประกันว่าจะได้ไปสู่สวรรค์มีชีวิตเป็นนิรันดร์

เพราะมีการจารึกอักษรเอาไว้ตอบกับเทพเจ้าตอนซักฟอกวิญญาณ

ที่หอพิพากษาแล้ว ทำให้มีการผลิตคัมภีร์มรณะเป็นอุตสาหกรรม

สร้างรายได้ให้กับนักบวชที่หากินกับคนตายได้อย่างงดงาม

คุณภาพของคัมภีร์ก็จะขึ้นอยู่กับฐานะของลูกค้าที่สั่งทำ

หากไม่ทำความดีโดยมีคัมภีร์ก็ไปสู่สวรรค์ได้ ด้วยเหตุนี้เอง

ที่บางคนบอกว่าศาสนาและหลักศีลธรรมของอียิปต์ได้เริ่มเสื่อมลง

 

คำภีร์มรณะ

คัมภีร์มรณะ (Book of the Dead) มีชื่อดั้งเดิมในภาษาฮีโรกลิฟฟิกแปลว่า The Cahptors of Coming-Forth-By-Day ในปี ค.ศ. 1842 นายโทมัส จี อัลเลน (Thomas G. Allen) ผู้แปลภาษาอียิปต์โบราณที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ได้ให้ความหมายของคัมภีร์มรณะว่า เป็นความปรารถนาที่จะเดินทางไปยังยมโลก

คัมภีร์มรณะทำด้วยกระดาษปาปิรุส (Papyrus) บรรจุถ้อยคำยาวเหยียด อักษรสีแดงใช้เป็นหัวเรื่อง หรือคำที่เน้นว่าสำคัญ นอกนั้นใช้สีดำ บางครั้งก็มีวาดรูปประกอบไว้ด้วย[1]

ชีวิตหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณนั้นเชื่อว่า เมื่อตายไปแล้วอนูบิส (Anubis) จะมารับดวงวิญญาณไปสู่ยมโลก โดยพานั่งเรือเทพเจ้ารา (Ra) ซึ่งเป็นเทพแห่งพระอาทิตย์ ผ่านอาณาจักรของเทพเจ้ารา ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก จากนั้นเรือก็จะผ่านเขตสุดท้ายคือมหาวิหารพิพากษาของเทพโอซิริส วิญญาณของผู้ตายก็จะถูกเกณฑ์ลงเรือเข้าไปยังห้องพิพากษาของวิญญาณ ตรงกลางมีตราคันชั่งใหญ่แบบตราชู เทพฮอรัสกับเทพอนูบิสจะทำการกำกับการชั่ง โดยนำเอาหัวใจของผู้ตายชั่งไว้ข้างหนึ่งของตาชั่ง ส่วนอีกข้างจะเป็นขนนกของเทพีมะอาท (Maat) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรม

ผู้ตายจะต้องประกาศความดีที่ตนเคยทำเอาไว้ครั้งที่ตนยังมีชีวิตอยู่ พร้อมทั้งประกาศว่าตนไม่เคยทำความผิดบาป 42 ประการ เช่น ไม่เคยชักชวนให้ผู้อื่นเสียคน ไม่เคยใส่ร้ายป้ายสีใคร ไม่เคยกล่าวคำเท็จ ไม่เคยเบียดเบียนผู้อื่น ไม่เคยฉ้อฉล ไม่เคยสั่งฆ่าผู้ใด ไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยลบหลู่ดูหมิ่นพระเจ้า และไม่เคยทำในสิ่งที่พระองค์รังเกียจ เป็นต้น ผู้ตายจะต้องประกาศสิ่งเหล่านี้ต่อหน้าเทพโอซิริส (Osiris)

หากสิ่งที่ผู้ตายพูดเป็นความจริง ขนนกของเทพีมะอาทจะหนักกว่าหัวใจของผู้ตาย นั่นก็ถือว่าผู้ตายได้ผ่านการทดสอบ และได้เข้าไปอยู่ในดินแดนของเทพเจ้ารา ที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง ความสวยงาม และความอุดมสมบูรณ์ไม่รู้จักจบจักสิ้น

แต่ถ้าสิ่งที่ผู้ตายพูดเป็นเท็จ หัวใจของผู้ตายจะหนักกว่าขนนกของเทพีมะอาท นั่นก็ถือว่าผู้ตายไม่ได้ผ่านการทดสอบ และผู้นั้นจะไม่ได้ไปในที่ๆ เป็นดินแดนของเทพเจ้ารา ดินแดนแห่งนั้นจะเป็นที่ๆ ผู้ตายจะไม่ได้รับแสงสว่างจากเทพเจ้าราเลย และยังเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความอดอยากหิวโหย

คัมภีร์มรณะเกิดขึ้นภายหลังจากการที่อียิปต์อยู่ในสมัยจักรวรรดิแล้ว ก่อนหน้านั้น อียิปต์ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพวกฮิกซอสเป็นเวลานานถึง 200 ปี ศาสนาและหลักศีลธรรมของอียิปต์เรื่อมเสื่อมลง ความเชื่อเรื่องเครื่องลางของขลังได้เข้ามาแทนที่ ทำให้พวกพระเข้ามามีบทบาทในจิตใจของชาวอียิปต์อย่างมาก พวกพระเหล่านี้เป็นพระที่มีความละโมภในทรัพย์สิน ได้เป็นผู้ริเริ่มขายหนังสือเวทมนตร์ต่างๆ ซึ่งเป็นการล้มล้างความผิดให้กับผู้ตาย โดยการเขียนใส่กระดาษปาปิรุส (Papyrus) ใส่ไว้ในหว่างขาของมัมมี่ (Mummy) หรือตรงฐานโลงศพ

ข้อความในคัมภีร์มรณะเป็นคาถาอาคมป้องกันไม่ให้วิญญาณเสื่อมสลาย บทร่ายเวทมนตร์ช่วยให้วิญญาณพ้นจากการถูกขังในยมโลก บรรยากาศการตัดสินต่อหน้าเทพโอซิริสในยมโลก รวมถึงคำพูดที่ผู้ตายควรพูดเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพเจ้าโอซิริส

เชื่อกันว่า การซื้อคัมภีร์มรณะถือว่าเป็นการซื้อใบเบิกทางให้ตนได้เข้าสู่อาณาจักรของเทพเจ้ารา แม้ว่าจะเคยทำผิดหรือไม่ก็ตาม ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำความดี ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ศาสนาและหลักศีลธรรมของอียิปต์เริ่มเสื่อมลง